หน้าแรก แฟรนไชส์ สร้างแฟรนไชส์ให้แข็งแกร่ง เตรียมตัวยังไงบ้าง ?

สร้างแฟรนไชส์ให้แข็งแกร่ง เตรียมตัวยังไงบ้าง ?

การเตรียมตัวสร้างแฟรนไชส์ให้แข็งแกร่ง เพื่มมูลค่า วางรากฐานระบบ เพื่อให้ธุรกิจเติบโต และประสบความสำเร็จ

649

การสร้างธุรกิจแฟรนไชส์เปรียบเสมือนเป็นการสร้างบ้านหลังใหญ่ที่ต้องใช้เวลานาน ตั้งแต่การคิดค้นสูตรลับเฉพาะของธุรกิจเพื่อให้แบรนด์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่น การวางระบบ การจัดหาบุคลากร หาแหล่งเงินทุน ทำเลที่ตั้งที่ต้องสามารถประกอบการได้ในระยะยาว และเหมาะสมกับเงินทุนในกระเป๋า ฯลฯ ก่อนที่จะกลายเป็นสูตรสำเร็จและโลดแล่นอยู่ในวงการธุรกิจ

ดังนั้นเมื่อถึงคราวที่ต้องสร้างเครือข่าย ขยายสาขาก็สามารถทำได้อย่างมั่นคง หากคุณวางรูปแบบของธุรกิจได้ดี การประสบความสำเร็จก็จะยิ่งสูงขึ้น และจะยิ่งมีมูลค่าเพิ่มมากกว่าที่คุณคาดคิดไว้หลายเท่าตัว เพื่อตอกย้ำความพยายามที่ได้ลงทุนลงแรงไปอย่างมหาศาล แต่หากเริ่มทำธุรกิจแฟรนไชส์แบบง่ายๆ ไม่ได้จัดการระบบ กฎเกณฑ์อะไร โอกาสที่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจแฟรนไชส์ก็ยังอยู่ห่างไกลแน่นอน

วันนี้ SME Frog จึงมานำเสนอเคล็ดลับ ว่าสร้างแฟรนไชส์ยังไงให้แข็งแกร่ง เพื่อนำไปเป็นทริคดีๆในการลงทุน แบบไม่มีกั๊กกันเลย

การทำความเข้าใจในเรื่องการสร้างแฟรนไชส์ ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเรียนรู้เพียง 2-3 วัน แต่ต้อง อาศัยเวลาในการศึกษา และทำความเข้าใจไม่น้อยเลยทีเดียว อาทิ

  • การทำความเข้าใจรูปแบบของการสร้างธุรกิจแฟรนไชส์ว่าทำอย่างไร มีประเภทใดบ้าง
  • กลุ่มลูกค้าเป้าหมายและผู้บริโภคคือใคร
  • แนวทางที่จะสามารถพัฒนา ให้เป็นระบบแฟรนไชส์ได้อย่างไร พร้อมทั้งการทำความเข้าใจถึงองค์              ประกอบของธุรกิจที่สามารถเข้าข่ายในการเป็นแฟรนไชส์ได้
  • การศึกษาในเรื่องของกฎหมาย / ภาษี / การจดทะเบียน / การรักษาสิทธิ์ในเครื่องหมายการค้า                ซึ่งเป็นหัวใจในการดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์ โดยเฉพาะรูปแบบข้อบังคับต่างๆ ในต่างประเทศซึ่ง                  บางส่วนแตกต่างจากประเทศไทย จึงเป็นอีกข้อหนึ่งที่ต้องพิจารณากันให้ดี แม้ว่าในประเทศไทย                ยังอยู่ในระยะขั้นต้นของ การออกกฎหมายแฟรนไชส์ก็ตาม
  • นอกจากนี้ ผู้ประกอบการต้องเรียนรู้เรื่องของต้นทุน ค่าเสียโอกาสที่ไม่สามารถคำนวณออกมาเป็น              จำนวนเงินได้
  • การออกแบบเงื่อนไขสัญญา สำหรับธุรกิจแฟรนไชส์ ไม่ว่าจะเป็นสัญญาหรือเอกสารนำเสนอ แฟรนไชส์ ก็      ต้องระบุรายละเอียดอย่างเจาะลึกพอสมควร เพื่อป้องกันการใช้ช่องโหว่ทางกฏหมายของมิจฉาชีพ และ          เพื่อเป็นระเบียบกฎเกณฑ์ที่ต้องปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน
  • การบริหารความรู้ผ่านกระบวนการอบรม ซึ่งบางแฟรนไชส์ เช่น ชาพะยอม คุณอุ๊ เจ้าของแฟรนไชส์ชา          พะยอม จะเป็นผู้อบรมหลักสูตรด้วยตนเอง แต่ทั้งนี้ทุกๆแฟรนไชส์ก็ต้องมีคู่มือประกอบธุรกิจด้วยเช่นกัน ดัง      นั้น การเข้าใจวิธีการสร้างคู่มือธุรกิจแฟรนไชส์ จึงเป็นหนึ่งในเรื่องที่จำเป็น
  • การเข้าใจในเรื่องของการบริหารงานขายในตลาดแฟรนไชส์ รวมถึงการทำกิจกรรมไม่ว่าจะเป็นการจัด          โรดโชว์ การออกงานแสดงสินค้า การสัมมนา การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ทั้ง โทรทัศน์ วิทยุ              หนังสือพิมพ์ เว็บไซด์ที่น่าเชื่อถือและได้รับความนิยม
  • การบริหารธุรกิจที่เมื่อเปิดเป็นระบบแฟรนไชส์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบริหารสาขาแฟรนไชส์ด้วยข้อมูลระบบ      สารสนเทศ เพื่อให้เจ้าของแฟรนไชส์สามารถตรวจสอบและรักษามาตรฐานเพื่อคงคุณภาพของสินค้าและ      บริการ การสร้างเอกสารต่างๆ เพื่อการบริหารแฟรนไชส์ รวมไปถึงวิธีการที่จะให้ช่วยเหลือ สนับสนุนแต่ละ      สาขาจากสภาวะการแข่งขันในปัจจุบัน ว่าทำอย่างไรจึงจะสู้คู่แข่งได้ ทำอย่างไรจึงจะตามทันคู่แข่ง และ        อยู่ในกระแสได้ในระยะยาว
  • และสุดท้าย คือ การให้บริการหลังการขาย เจ้าของแฟรนไชส์ต้องไม่รับภาระหนักมากจนเกินไป รวมถึง        การบริหารทีมงานให้มีความพร้อมต่อการเติบโตของธุรกิจ ในที่นี้คือ เทคนิคการขายธุรกิจแฟรนไชส์เป็น        เรื่องหนึ่งที่จะขาดไม่ได้  เพราะหากผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์มีสินค้าและบริการที่ดี  มีทีมงานมืออาชีพ        แต่ไม่มีใครมีความสามารถในการขายธุรกิจแฟรนไชส์ก็นับเป็นปัญหาใหญ่ในการเติบโตของธุรกิจเช่นกัน

SME Frog แนะนำ : การประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ย่อมใช้เวลา  เงินลงทุน และประสบการณ์ที่ต้องค่อยๆสั่งสมมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ไม่มีใครเรียนรู้ได้เพียง 2 – 3 ชั่วโมง ดังนั้น ควรทำความเข้าใจระบบของแฟรนไชส์ กฎหมาย เงื่อนไข ภาษีให้รอบคอบ เพื่อเตรียมความพร้อมในการประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ของคุณ